การวางแผนการที่คาดว่าจะต้องจ่ายโดยการคิดล่วงหน้าและแสดงข้อมูลออกมาเป็นตัวเลข

6

งบประมาณ คือ การวางแผนการที่คาดว่าจะต้องจ่าย โดยการคิดล่วงหน้าและแสดงข้อมูลออกมาเป็นตัวเลข และอาจแสดงออกมาในรูปของตัวเงิน จำนวนชั่วโมงในการทำงาน จำนวนผลิตภัณฑ์จำนวน ชั่วโมงเครื่องจักร ค่าสึกหรอ ค่าโสหุ้ย เป็นต้นความสำคัญของงบประมาณถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมต้นทุนโครงการ ตลอดจนแผนงานตั้งแต่ในระดับโครงการจนถึงการบริหารจัดการบริษัท และใช้เป็นเครื่องมือของฝ่ายบริหาร ทำให้มีประสิทธิภาพในการวางแผนทางการเงินเนื่องจากเป็นแผนงานที่แสดงออกในลักษณะเชิงปริมาณจะที่เกิดขึ้นในเวลาที่กำหนด เช่น รายสัปดาห์ รายเดือน รายไตรมาส หรือ รายปี โดยทั่วไปงบประมาณจะจัดทำขึ้นปีละครั้ง จึงเรียกว่า งบประมาณประจำปี โดยปีงบประมาณมักจะเป็นไปตามรอบบัญชีของบริษัท เช่น เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมและสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม เป็นต้น ส่วนของภาครัฐจะเริ่มปีงบประมาณในวันที่ 1 ตุลาคม และสิ้นสุดปีงบประมาณในวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป งบประมาณจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการวางแผน กำหนดวัตถุประสงค์ และเป้าหมายในการดำเนินงานทางธุรกิจ นอกจากนี้ยังสามารถนำงบประมาณไปใช้ในการควบคุมแผนงานก็จะช่วยให้ฝ่ายบริหารสามารถติดตามผลการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงานได้อย่างดี

งบประมาณแบบแผนงาน  คือ การจัดเตรียมงบประมาณจากการเริ่มต้นด้วยการวางแผนงานที่จะให้การใช้จ่ายงบประมาณมีผลสำเร็จ ทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผลไปพร้อมๆ กัน ซึ่งมีจุดเด่นในการวางแผนระยะยาว ตลอดจนการมุ่งบรรลุวัตถุประสงค์อย่างต่อเนื่อง และสามารถมีการจัดเตรียมงบต่อเนื่องที่ใช้ในการบริหารจัดการระยะยาวอีกด้วย เป็นการบริหารงานแบบครบองค์ไม่ใช่ดูแค่ส่วนใดส่วนหนึ่งของโครงการแต่ดูครอบคลุมภาพรวมโครงการในทุกส่วนนั่นเองนโยบายงบประมาณสมดุล ซึ่งหมายถึงการประมาณการให้รายจ่ายประจำปีเท่ากับประมาณการรายได้ในปีนั้นๆนโยบายงบประมาณเกินดุล ซึ่งหมายถึงการประมาณการให้รายจ่ายประจำปีต่ำกว่าประมาณการรายได้ในปีเดียวกัน แนวทางนี้ต้องเรียกว่าเป็นแนวเศรษฐกิจพอเพียง คือ การใช้จ่ายอย่างระมัดระวังไม่เกินตัวนั่นเองนโยบายงบประมาณขาดดุล หมายถึงการกำหนดให้มีการจัดทำงบประมาณการรายจ่ายสูงกว่างบประมาณการรายได้ในปีเดียวกัน ซึ่งทำให้เกิดการกู้ยืมเงินหรือนำเงินสำรองมาใช้จ่ายเพิ่มเติมในปีงบประมาณดังกล่าว

การลดค่าใช้จ่ายในบริษัท ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ

ผู้ประกอบการขนาดเล็กต่างให้ความสำคัญกับการบริหารค่าใช้จ่ายเป็นอันดับแรก การบริหารรายจ่ายเป็นตัวช่วยไม่ให้เสียเงินไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น ถ้าคุณเป็นผู้ประกอบการรายเล็ก ลองพิจารณาดูว่าตอนนี้บริษัทของคุณกำลังขาดทุน เท่าทุน หรือมีกำไรเพียงน้อยนิด ถ้าหากว่ากำลังขาดทุน นั่นก็เป็นสัญญาณให้คุณต้องเริ่มตัดรายจ่ายเพื่อถ่วงดุลกับที่เสียไปแล้วโดยลองดูว่ามีอะไรบ้างที่ไม่จำเป็นสำหรับบริษัท ยกตัวอย่างเช่น

1.ถ้าสินค้าชนิดไหนขายไม่ดีควรลดสินค้าในสต็อกลง หรือผลิตเมื่อมีคนสั่งเข้ามา เพื่อลดจำนวนสินค้าค้างสต็อก

2.ควรเจรจาต่อรองกับพาร์ทเนอร์ธุรกิจเพื่อดูว่าเขาสนใจช่วยรับภาระค่าใช้จ่ายในการผลิตบางส่วนเพื่อแลกกับส่วนลดสินค้าหรือไม่ หรือสามารถยืดหยุ่นการชำระเงินหรือให้ส่วนลดได้อะไรได้บ้าง

3.ลดใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปกับค่าน้ำและค่าไฟนั้นมีตรงไหนบ้างที่สามารถประหยัดได้ มีทางเลือกหลายอย่างในการลดค่าใช้จ่ายด้านนี้ซึ่งทำได้ไม่ยาก ทั้งการปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ได้ใช้งาน หรือตั้งเวลาปิดเครื่องปรับอากาศ

4.ถ้ามีพนักงานลาออก อย่าเพิ่งจ้างพนักงานใหม่ ควรลองกระจายงานให้กับพนักงานที่เหลือ

5.ควรยกเลิกสมาชิกนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ที่ไม่จำเป็น เมื่อต้องสั่งซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ก็พยายามหาร้านที่ให้ส่วนลด และเป็นอุปกรณ์ที่ทำได้หลายๆอย่างภายในเครื่องเดียว

6.พื้นที่ หากคุณรู้สึกว่าค่าเช่าสำนักงานนั้นมีราคาที่สูงเกินไป ก็ลองหาพื้นที่ให้เช่าอื่นที่ราคาย่อมเยากว่า หรือลองเจรจาราคาที่พอสู้ได้กับผู้ให้เช่า

7.หากการประชุมต้องเปลืองค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ควรเปลี่ยนเป็นการประชุมแบบออนไลท์ดู ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายไปได้มาก

ธุรกิจขนาดเล็กควรระวังค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ถึงแม้จะเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่ก็สามารถทำให้เราสูญเสียเงินไปไม่น้อย หากคุณอยากได้คนช่วยจัดการเรื่องนี้ก็ลองปรึกษาพนักงานบัญชีของบริษัท หรือเพื่อนฝูงที่ทำธุรกิจเช่นเดียวกับคุณ เพื่อดูว่าพวกเขามีการจัดการค่าใช้จ่ายในบริษัทของตนอย่างไร อีกทั้งการสร้างฐานการใช้จ่ายที่ดีจะทำให้สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อภายนอกได้

การวางแผนออมเงินอย่างมั่นคงเพื่ออนาคต

ภาวะปัจจุบันมีผู้คนต้องเผชิญปัจจัยเสี่ยงจากหลายๆปัจจัยทั้งจากภัยธรรมชาติ โรคภัยไข้เจ็บ สภาพความขัดแย้งทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองนั้น ส่งผลให้อนาคตมีอัตราเสี่ยงและไม่แน่นอน โดยเฉพาะท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนสูง ซึ่งมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยก็ทำให้วิถีชีวิตของผู้คนมีความไม่มั่นคงในเรื่องของรายได้ที่อาจพลิกผันได้ตลอดเวลา ทั้งยังอัตราค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้รายจ่ายในครัวเรือนเพิ่มทวีตามไปด้วยและยังต้องมีการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ต่างๆที่อาจเกิดขึ้น เช่น การเกิดอุบัติเหตุ การเกิดภัยพิบัติ การเจ็บป่วย หรือแม้แต่ค่าใช้จ่ายอื่นๆที่จำเป็นของครอบครัว อย่างการใช้จ่ายค่าศึกษาของบุตรหลาน การใช้จ่ายยามเกษียณ เป็นต้น เพื่อให้การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างราบรื่นและมีความแน่นอน การออมเงินจึงได้เข้ามาเป็นกลไกเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการเงินในอนาคตและสร้างความมั่นคงในชีวิตปัจจุบัน

การวางแผนการเงิน

ถือเป็นข้อพึงปฏิบัติแรกที่ทุกคนจะต้องทำ ทั้งวางแผนการเงินของตัวเองและครอบครัวให้เหมาะสม ซึ่งเชื่อมโยงถึงรายได้ รายจ่าย การออม การลงทุน ภาษี การจัดการ หนี้สิน และการเตรียมตัวป้องกันความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น โดยการสำรวจตัวเองเพื่อให้รู้จักอุปนิสัยทางการเงิน รู้เงื่อนไขข้อจำกัดของตนเองเพื่อจะได้นำมาปรับใช้ในการวางแผนทางการเงิน กำหนดเป้าหมาย หรือสิ่งที่ต้องการและระยะเวลาโดยแบ่งเป็นเป้าหมายระยะยาวและเป้าหมายระยะสั้น โดยจัดสัดส่วนการใช้เงินให้เหมาะสม ควรกันเงินสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นก่อน แล้วนำเงินที่เหลือมาออมหรือลงทุนด้วยวิธีต่างๆโดยคะเนว่าจะได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับเงินที่ต้องการ และลองนำแผนมาปฏิบัติ ถ้าตัวเลขที่วางไว้ยังห่างไกลให้ปรับแผนเสียใหม่ เช่น ตัดค่าใช้จ่าย หรือลดเงินเป้าหมาย

การวางแผนทางการเงินเป็นเครื่องมือที่ช่วยเตรียมความพร้อมและนำชีวิตไปสู่ความมั่นคงทางการเงิน ซึ่งควรเริ่มจากการปลูกฝังนิสัยการออมและการใช้เงินอย่างสมเหตุสมผลตั้งแต่วัยเด็กเพื่อบ่มเพาะวินัยทางการเงินไว้ก่อน เมื่อเข้าสู่วัยทำงานก็จำเป็นต้องรู้วิธีการวางแผนการจัดสรรรายได้ให้เพียงพอกับการออมเงินตามเป้าหมายและรายจ่ายต่างๆอย่างเหมาะสม เมื่อมีครอบครัวก็จำเป็นต้องดูแลทั้งตนเองและคนในครอบครัว ทำให้ความรับผิดชอบและภาระทางการเงินยิ่งเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้การวางแผนทางการเงินมีความสำคัญมากขึ้น แม้กระทั่งเมื่อเกษียณอายุ ก็ยังต้องวางแผนทางการเงิน เพราะเป็นวัยที่มีรายได้ลดลง แต่ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ยังคงอยู่ หรืออาจสูงขึ้นในบางหมวด เช่น การรักษาพยาบาล ซึ่งหากไม่มีการวางแผนที่ดีก็อาจเกิดปัญหาได้

ในการทำธุรกิจ การทำบัญชีเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

oaklandbudgetchallenge.com

การทำบัญชีเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยในการทำธุรกิจ เพราะการทำบัญชีจะทำให้ผู้ประกอบการรู้ว่ามีรายรับรายจ่ายเท่าไร ช่วยในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานภายในบริษัท ทำให้รู้ว่าจะต้องลงทุนเพิ่มในส่วนใด ตัดทอนค่าใช้จ่ายในส่วนไหนออก ทราบถึงผลกำไรที่ได้รับทำให้ลดการขาดทุน ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ประกอบการต้องทำบัญชี แล้วผู้ประกอบการควรจ้างผู้ทำบัญชีเข้ามาหรือไม่ และสิ่งใดเป็นตัวชี้วัดว่าทางบริษัทจำเป็นต้องมีพนักงานบัญชี

ก่อนจ้างผู้ทำบัญชีทางผู้ประกอบการควรดูก่อนว่ารูปแบบการจัดตั้งธุรกิจเป็นในรูปแบบใด เพราะถ้าธุรกิจเป็นไปในรูปแบบของการทำการค้าโดยมีเจ้าของเพียงคนเดียว ซื้อขายสินค้าแบบง่ายๆ ไม่มีความซับซ้อน และปราศจากหุ้นส่วน ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องจากนักบัญชีให้เสียค่าใช้จ่าย แต่ถ้าธุรกิจของผู้ประกอบการเป็นในรูปแบบของบริษัทที่จดทะเบียนตามกฎหมาย ก็สมควรที่จะจ้างนักทำบัญชี ซึ่งในส่วนนี้นั้นการทำบัญชีมีความสำคัญมาก

ถ้าธุรกิจมีเงินหมุนเวียนไม่มาก ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะจ้างบริษัทมาทำบัญชีเลย เพราะด้วยจำนวนเงินที่ไม่มากผู้ประกอบการน่าจะพอดูแลและจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายเองได้ แต่ถ้าเงินหมุนเวียนมีมาก ก็สมควรที่จะให้บริษัททำบัญชีเข้ามาดูแลในส่วนนี้ เพราะด้วยจำนวนเงินที่มากหากผู้ประกอบการมาดูแลเองทั้งหมดย่อมเกิดความล่าช้าในการบริหารงานด้านอื่นๆ อีกทั้งยังทำให้เกิดข้อผิดพลาดหากมีเวลาที่จำกัด ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการทำธุรกิจ แต่ถ้าผู้ประกอบการนั้นมีความรู้ในด้านบัญชีอย่างดีอยู่แล้ว และหากยิ่งมีใบอนุญาตผู้ตรวจสอบบัญชีอีกด้วย ก็ลืมไปได้เลยหากคิดจะไปจ้างบริษัทอื่นมาทำบัญชีให้บริษัทของตนเอง เพื่อไม่เป็นการเปลืองค่าใช้จ่าย

ในความเป็นจริงแล้วทุกบริษัทจำเป็นต้องมีการทำบัญชี เพราะเป็นสิ่งที่สำคัญที่ไม่อาจละเลยได้ โดยบริษัทที่รับทำบัญชีมักจะมีช่องทางที่ทำให้ค่าใช้จ่ายในเรื่องภาษีของบริษัทผู้ประกอบการในแต่ละปีลดลง  ซึ่งบางครั้งผู้ประกอบการอาจจะไม่จำเป็นต้องเสียเงินจ่ายภาษีมากถึงขนาดนั้นก็ได้ ดังนั้นทางผู้ประกอบการควรมีการทำบัญชีให้กับธุรกิจของตน

แหล่งเงินทุนที่ควรรู้ในการการเริ่มต้นทำธุรกิจ

ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (SME) หลายราย เริ่มต้นธุรกิจจากเงินก้อนของตัวเอง สร้างธุรกิจเล็กๆ ขึ้นมาได้ระดับหนึ่ง แต่เมื่อธุรกิจเริ่มขยาย ความต้องการเงินทุนเพิ่มหรือเงินทุนหมุนเวียนก็จะตามมา การติดต่อขอกู้เงินจากธนาคารก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน แต่ธนาคารก็ไม่ได้ให้เงินกู้กับทุกคนที่เข้ามาขอเงินกู้ เพราะมีปัจจัยหลายข้อที่ธนาคารพิจารณา ทั้งโอกาสของธุรกิจที่มาขอสินเชื่อ คุณสมบัติของผู้ประกอบการทั้งด้านความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ และ ความซื่อสัตย์

ในการเริ่มต้นทำธุรกิจ เงินทุนถือปัจจัยที่สำคัญมากปัจจัยหนึ่ง เพราะไม่ว่าคุณจะทำอะไรคุณก็จำเป็นต้องใช้มันในการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่คุณจำเป็น สำหรับนักธุรกิจหน้าใหม่ที่มีฐานะร่ำรวยอยู่แล้วก็คงไม่มีปัญหา แต่สำหรับอีกหลายคนที่ไม่เป็นเช่นนั้นก็จำต้องหาแหล่งเงินทุนเพื่อกู้ยืม ซึ่งต่อไปนี้เราจะแนะนำแหล่งเงินทุนต่างๆให้ได้รู้จัก

ครอบครัว ญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูง
จัดว่าเป็นแหล่งเงินทุนที่ดีที่สุด เพราะด้วยความคุ้นเคย และเชื่อใจกัน ทำให้คุณไม่ต้องวิ่งวุ่นหาหลักประกันหรือคนค้ำสัญญาให้วุ่นวาย ระยะเวลาดำเนินการก็สั้น อัตราดอกเบี้ยที่ต้องเสียก็อาจจะน้อยกว่าการกู้จากแหล่งอื่นๆ หรือไม่ต้องเสียเลยก็มี ทั้งคุณยังสามารถขอยืดระยะเวลาปลอดหนี้ไปได้นานกว่าเมื่อเทียบกับการกู้เงินลงทุนจากที่อื่น ยิ่งถ้าเครดิตของคุณดี มีประวัติการทำงานใสสะอาดน่าเชื่อถือ แถมแผนธุรกิจของคุณก็ดูมีแนวโน้มว่าน่าจะประสบความสำเร็จแล้วล่ะก็ บางทีญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงอาจสนใจ และเสนอตัวขอร่วมทุนเป็นหุ้นส่วนด้วยเลยก็ได้

เครดิตการ์ด
เครดิตการ์ดมีประโยชน์มาก โดยเฉพาะในเรื่องการจัดการกระแสเงินสด ในระหว่างการทำธุรกิจ เช่น ถ้าคุณสั่งซื้อสินค้ามาเพื่อจำหน่าย แล้วใช้บัตรเครดิตในการชำระเงิน คุณก็จะสามารถยืดระยะเวลาชำระเงินไปได้อีกประมาณ 30-55 วัน (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ตกลงไว้ในการทำบัตรเครดิตนั้นๆ) ถ้าวงเงินที่ต้องชำระไม่พอ คุณก็อาจจะใช้วิธีเปิดบัตรเครดิตมากกว่าหนึ่งใบก็ได้ ระหว่างนั้นพอคุณจำหน่ายสินค้าแล้วได้เงินมาก็ทยอยมาจ่ายให้ครบจำนวนตามเวลาที่กำหนดข้อดีของการใช้เงินทุนจากบัตรเครดิตคือไม่ต้องเสียเงินค่าดอกเบี้ย

สถาบันการเงิน
สถาบันการเงิน หรือธนาคารถือเป็นแหล่งเงินกู้ยอดฮิตที่นักธุรกิจรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะให้วงเงินในการกู้ยืมที่ค่อนข้างสูง และมีอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมกว่าแหล่งอื่นๆแล้ว แต่ละธนาคารต่างก็สนใจระบายเงินฝากที่มีมากจนล้นออกมาในรูปแบบสินเชื่อต่างๆเต็มที่ โดยเฉพาะสินเชื่อที่กำลังมีบทบาทมากในวงการธุรกิจไทยอย่างสินเชื่อ SMEs แต่ดังที่ได้กล่าวเป็นแล้วว่าเงินสินเชื่อนั้นก็คือเงินฝากของลูกค้าธนาคารคนอื่นๆนั่นเอง ทั้งธนาคารก็ไม่ใช่ผู้ที่รู้จักมักคุ้นกันมาก่อน ทำให้ขั้นตอนในการอนุมัติสินเชื่อของธนาคารนั้นยุ่งยากกว่าการกู้เงินจากแหล่งเงินกู้อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารที่มากมาย หลักทรัพย์ ไปจนถึงผู้ค้ำประกัน ซึ่งธนาคารจำเป็นต้องใช้เวลานานเพื่อตรวจสอบให้รอบคอบว่าทางธนาคารจะได้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยคืนจริง